foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

In the name of Allah I بِسْــــــــــــــــــمِ اﷲِالرَّحْمَنِ اارَّحِيم

Assalamualaikum I اَلسَّلَامُ عَلَيْكُم

ขอความสันติ จงมีแด่ท่าน I Peace Be Upon You

WELCOME TO IICTH.COM I ยินดีต้อนรับ สู่เว็บไซต์

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม I Islamic Information Center

Get Adobe Flash player

Creative Social Widget

ภาพ-นิทรรศการ

25,10,0,50,1
5,600,50,1,3000,500,25,800
100,150,1,50,12,30,50,1,70,12,1,40,1,1,1,3000
0,1,0,0,2,40,15,5,2,1,0,17,0,1
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...

ASM-TVonline 24 Hrs.

สื่ออียิปต์เปิดโปงเอกสารลับ ความร่วมมือของซาอุฯ กับระบอบไซออนิสต์

     หนังสือพิมพ์อียิปต์ได้ตีพิมพ์เอกสารล่าสุดที่เกี่ยวกับความร่วมมืออย่างลับๆ ของกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียกับระบอบไซออนิสต์

     เอกสารลับฉบับสมบูรณ์ของโทรสารของกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียแสดงให้เห็นถึงมิติต่างๆ ของแผนร้ายอีกส่วนหนึ่งของประเทศนี้ ในการต่อต้านชนชาติอาหรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวปาเลสไตน์

     หนังสือพิมพ์ "Al Sharq" ของอียิปต์ พร้อมกับการตีพิมพ์เอกสารลับนี้ได้กล่าวว่า ตามข้อความโทรสารระหว่างริยาดและทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 1966 ได้มีการเรียกร้องอย่างชัดเจนจากอิสราเอลให้เข้ายึดครองซินาย และประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้งระหว่างไคโรกับริยาด และประเด็นที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ ซาอุดีอาระเบียได้พยายามที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบไซออนิสต์และได้เสนอให้ทำการโจมตีซีเรียและการแบ่งแยกดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศนี้ (หมายถึงที่ราบสูงโกลาน)

     ซาอุดิอาระเบียยังได้เรียกร้องอิสราเอลให้ยึดครองฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์ เพื่อด้วยวิธีการนี้จะปิดเส้นทางการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบของชาวปาเลสไตน์ หรือความพยายามต่างๆ ของบรรดาประเทศอาหรับทั้งหมดที่จะปลดปล่อยปาเลสไตน์ และในกรณีเช่นนี้สิทธิในการกลับสู่ปาเลสไตน์ของบรรดาผู้ลี้ภัและประเด็นการแก้ปัญหาต่างๆ ขั้นสุดท้ายก็จะถูกตัดไป เนื่องจากการยึดครองเขตเวสต์แบงก์นั้นหมายถึงการครอบครองอัลกุดส์ (เยรูซาเล็ม) ซึ่งระบอบไซออนิสต์ได้ทำให้ข้อเสนอนี้เป็นความจริงแล้ว โดยในสงครามเดือนมิถุนายน 1967 พวกเขาได้ทำให้ดินแดนของชาวอาหรับเข้ามาอยู่ภายใต้การยึดครองของตน และตามเนื้อหาของเอกสารข้อเสนอของซาอุดิอาระเบียนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 1966

     หนังสือพิมพ์อียิปต์ได้ตีพิมพ์เอกสารล่าสุดที่เกี่ยวกับความร่วมมืออย่างลับๆ ของกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียกับระบอบไซออนิสต์      เอกสารลับฉบับสมบูรณ์ของโทรสารของกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียแสดงให้เห็นถึงมิติต่างๆ ของแผนร้ายอีกส่วนหนึ่งของประเทศนี้ ในการต่อต้านชนชาติอาหรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวปาเลสไตน์       หนังสือพิมพ์ "Al Sharq" ของอียิปต์ พร้อมกับการตีพิมพ์เอกสารลับนี้ได้กล่าวว่า ตามข้อความโทรสารระหว่างริยาดและทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 1966 ได้มีการเรียกร้องอย่างชัดเจนจากอิสราเอลให้เข้ายึดครองซินาย และประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้งระหว่างไคโรกับริยาด และประเด็นที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ ซาอุดีอาระเบียได้พยายามที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบไซออนิสต์และได้เสนอให้ทำการโจมตีซีเรียและการแบ่งแยกดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศนี้ (หมายถึงที่ราบสูงโกลาน)      ซาอุดิอาระเบียยังได้เรียกร้องอิสราเอลให้ยึดครองฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์ เพื่อด้วยวิธีการนี้จะปิดเส้นทางการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบของชาวปาเลสไตน์ หรือความพยายามต่างๆ ของบรรดาประเทศอาหรับทั้งหมดที่จะปลดปล่อยปาเลสไตน์ และในกรณีเช่นนี้สิทธิในการกลับสู่ปาเลสไตน์ของบรรดาผู้ลี้ภัและประเด็นการแก้ปัญหาต่างๆ ขั้นสุดท้ายก็จะถูกตัดไป เนื่องจากการยึดครองเขตเวสต์แบงก์นั้นหมายถึงการครอบครองอัลกุดส์ (เยรูซาเล็ม) ซึ่งระบอบไซออนิสต์ได้ทำให้ข้อเสนอนี้เป็นความจริงแล้ว โดยในสงครามเดือนมิถุนายน 1967 พวกเขาได้ทำให้ดินแดนของชาวอาหรับเข้ามาอยู่ภายใต้การยึดครองของตน และตามเนื้อหาของเอกสารข้อเสนอของซาอุดิอาระเบียนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 1966      ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใดที่ริยาดปลุกปั่นให้อิสราเอลทำการโจมตีอิหร่านและฮิซบุลลอฮ์และได้เสริมสร้างความสัมพันธ์กับอิสราเอล และตามคำพูดของ "อันวัร อิชกีย์" (Anwar Eshaghi ) หัวหน้าศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และกฎหมายตะวันออกกลางของซาอุดิอาระเบียได้หันมายกย่องและกล่าวชื่นชมชาวยิวและอิสราเอล      ตามรายงานของ "Al Sharq" นายอันวัร อิชกีย์ ซึ่งได้กลายเป็นตัวแสดงของซาอุดิอาระเบียสำหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระดับปกติกับอิสราเอลได้รับการสนับสนุนจากหน้าหน่วยงานของซาอุดีอาระเบียซึ่งได้แก่ : กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงมหาดไทย, หน่วยสืบราชการลับ (general intelligence presidency) , กระทรวงวัฒนธรรมและสารสนเทศ และกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรม      ตามเอกสารนี้ ระบอบนิสม์ได้วางแผนอย่างรอบคอบสำหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระดับปกติ และมอสสาดได้ให้ข้อมูลลับแก่หน่วยสืบราชการลับของซาอุดิอารเบียและการช่วยเหลือนี้ได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา      ในเรื่องนี้ "อาเมียร์ อาวรีน" ผู้เขียนบทความได้เขียนลงในหนังสือพิมพ์ฮาอาเร็ตซ์ฉบับวันที่ 15 เมษายน 2012 เกี่ยวกับการพบปะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศซาอุดิอารเบียกับ "ลีออน พาเนตตา" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ และการเจรจากันเกี่ยวกับปัญหาของอิหร่านและความไม่สงบใน "อัลบุรญัยน์" สำนักงานใหญ่ของกองเรือรบที่ห้าของสหรัฐฯ ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลนั้น มีอยู่และอิหร่านนั้นเป็นศัตรูร่วมกันของทั้งสองประเทศนี้ ในขณเดียวกันสหรัฐอเมริกาเป็นผู้สนับสนุนร่วมของทั้งสองประเทศนี้      เอกสารนี้ยังได้เปิดเผยด้านต่างๆ ของข้อตกลงแลกเปลี่ยนของซาอุดีอาระเบียและไซออนิสต์ที่เรียกว่า "ข้อตกลงแห่งศตวรรษ" และแสดงให้เห็นว่า จาเร็ด คุชเนอร์ลูกเขยของประธานาธิบดีทรัมป์ในระหว่างการเยือนซาอุดิอาระเบียของเขาได้มีการบรรลุข้อตกลงกับซาอุดิอาระเบียในเรื่องนี้ และหลังจากนั้น มะห์มูด อับบาส ได้บินไปยังกรุงริยาด แต่เขาได้คัดค้านต่อข้อเสนอของคุชเนอร์ แม้ว่าข้อตกลงแห่งศตวรรษนี้จะถูกกระทำไปแล้วและเป็นระยะเวลาหนึ่งที่ริยาดบ่ายเบี่ยงที่จะประกาศเรื่องนี้ แต่ทรัมป์ได้ทำการเปิดเผยมันด้วยตนเอง ที่มา : อัลอาลัม แปล/เรียบเรียง : ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

     ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใดที่ริยาดปลุกปั่นให้อิสราเอลทำการโจมตีอิหร่านและฮิซบุลลอฮ์และได้เสริมสร้างความสัมพันธ์กับอิสราเอล และตามคำพูดของ "อันวัร อิชกีย์" (Anwar Eshaghi ) หัวหน้าศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และกฎหมายตะวันออกกลางของซาอุดิอาระเบียได้หันมายกย่องและกล่าวชื่นชมชาวยิวและอิสราเอล

     ตามรายงานของ "Al Sharq" นายอันวัร อิชกีย์ ซึ่งได้กลายเป็นตัวแสดงของซาอุดิอาระเบียสำหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระดับปกติกับอิสราเอลได้รับการสนับสนุนจากหน้าหน่วยงานของซาอุดีอาระเบียซึ่งได้แก่ : กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงมหาดไทย, หน่วยสืบราชการลับ (general intelligence presidency) , กระทรวงวัฒนธรรมและสารสนเทศ และกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรม

     ตามเอกสารนี้ ระบอบนิสม์ได้วางแผนอย่างรอบคอบสำหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระดับปกติ และมอสสาดได้ให้ข้อมูลลับแก่หน่วยสืบราชการลับของซาอุดิอารเบียและการช่วยเหลือนี้ได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา

     ในเรื่องนี้ "อาเมียร์ อาวรีน" ผู้เขียนบทความได้เขียนลงในหนังสือพิมพ์ฮาอาเร็ตซ์ฉบับวันที่ 15 เมษายน 2012 เกี่ยวกับการพบปะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศซาอุดิอารเบียกับ "ลีออน พาเนตตา" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ และการเจรจากันเกี่ยวกับปัญหาของอิหร่านและความไม่สงบใน "อัลบุรญัยน์" สำนักงานใหญ่ของกองเรือรบที่ห้าของสหรัฐฯ ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลนั้น มีอยู่และอิหร่านนั้นเป็นศัตรูร่วมกันของทั้งสองประเทศนี้ ในขณเดียวกันสหรัฐอเมริกาเป็นผู้สนับสนุนร่วมของทั้งสองประเทศนี้

     เอกสารนี้ยังได้เปิดเผยด้านต่างๆ ของข้อตกลงแลกเปลี่ยนของซาอุดีอาระเบียและไซออนิสต์ที่เรียกว่า "ข้อตกลงแห่งศตวรรษ" และแสดงให้เห็นว่า จาเร็ด คุชเนอร์ลูกเขยของประธานาธิบดีทรัมป์ในระหว่างการเยือนซาอุดิอาระเบียของเขาได้มีการบรรลุข้อตกลงกับซาอุดิอาระเบียในเรื่องนี้ และหลังจากนั้น มะห์มูด อับบาส ได้บินไปยังกรุงริยาด แต่เขาได้คัดค้านต่อข้อเสนอของคุชเนอร์ แม้ว่าข้อตกลงแห่งศตวรรษนี้จะถูกกระทำไปแล้วและเป็นระยะเวลาหนึ่งที่ริยาดบ่ายเบี่ยงที่จะประกาศเรื่องนี้ แต่ทรัมป์ได้ทำการเปิดเผยมันด้วยตนเอง

     หนังสือพิมพ์อียิปต์ได้ตีพิมพ์เอกสารล่าสุดที่เกี่ยวกับความร่วมมืออย่างลับๆ ของกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียกับระบอบไซออนิสต์      เอกสารลับฉบับสมบูรณ์ของโทรสารของกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียแสดงให้เห็นถึงมิติต่างๆ ของแผนร้ายอีกส่วนหนึ่งของประเทศนี้ ในการต่อต้านชนชาติอาหรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวปาเลสไตน์       หนังสือพิมพ์ "Al Sharq" ของอียิปต์ พร้อมกับการตีพิมพ์เอกสารลับนี้ได้กล่าวว่า ตามข้อความโทรสารระหว่างริยาดและทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 1966 ได้มีการเรียกร้องอย่างชัดเจนจากอิสราเอลให้เข้ายึดครองซินาย และประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้งระหว่างไคโรกับริยาด และประเด็นที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ ซาอุดีอาระเบียได้พยายามที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบไซออนิสต์และได้เสนอให้ทำการโจมตีซีเรียและการแบ่งแยกดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศนี้ (หมายถึงที่ราบสูงโกลาน)      ซาอุดิอาระเบียยังได้เรียกร้องอิสราเอลให้ยึดครองฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์ เพื่อด้วยวิธีการนี้จะปิดเส้นทางการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบของชาวปาเลสไตน์ หรือความพยายามต่างๆ ของบรรดาประเทศอาหรับทั้งหมดที่จะปลดปล่อยปาเลสไตน์ และในกรณีเช่นนี้สิทธิในการกลับสู่ปาเลสไตน์ของบรรดาผู้ลี้ภัและประเด็นการแก้ปัญหาต่างๆ ขั้นสุดท้ายก็จะถูกตัดไป เนื่องจากการยึดครองเขตเวสต์แบงก์นั้นหมายถึงการครอบครองอัลกุดส์ (เยรูซาเล็ม) ซึ่งระบอบไซออนิสต์ได้ทำให้ข้อเสนอนี้เป็นความจริงแล้ว โดยในสงครามเดือนมิถุนายน 1967 พวกเขาได้ทำให้ดินแดนของชาวอาหรับเข้ามาอยู่ภายใต้การยึดครองของตน และตามเนื้อหาของเอกสารข้อเสนอของซาอุดิอาระเบียนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 1966      ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใดที่ริยาดปลุกปั่นให้อิสราเอลทำการโจมตีอิหร่านและฮิซบุลลอฮ์และได้เสริมสร้างความสัมพันธ์กับอิสราเอล และตามคำพูดของ "อันวัร อิชกีย์" (Anwar Eshaghi ) หัวหน้าศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และกฎหมายตะวันออกกลางของซาอุดิอาระเบียได้หันมายกย่องและกล่าวชื่นชมชาวยิวและอิสราเอล      ตามรายงานของ "Al Sharq" นายอันวัร อิชกีย์ ซึ่งได้กลายเป็นตัวแสดงของซาอุดิอาระเบียสำหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระดับปกติกับอิสราเอลได้รับการสนับสนุนจากหน้าหน่วยงานของซาอุดีอาระเบียซึ่งได้แก่ : กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงมหาดไทย, หน่วยสืบราชการลับ (general intelligence presidency) , กระทรวงวัฒนธรรมและสารสนเทศ และกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรม      ตามเอกสารนี้ ระบอบนิสม์ได้วางแผนอย่างรอบคอบสำหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระดับปกติ และมอสสาดได้ให้ข้อมูลลับแก่หน่วยสืบราชการลับของซาอุดิอารเบียและการช่วยเหลือนี้ได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา      ในเรื่องนี้ "อาเมียร์ อาวรีน" ผู้เขียนบทความได้เขียนลงในหนังสือพิมพ์ฮาอาเร็ตซ์ฉบับวันที่ 15 เมษายน 2012 เกี่ยวกับการพบปะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศซาอุดิอารเบียกับ "ลีออน พาเนตตา" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ และการเจรจากันเกี่ยวกับปัญหาของอิหร่านและความไม่สงบใน "อัลบุรญัยน์" สำนักงานใหญ่ของกองเรือรบที่ห้าของสหรัฐฯ ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลนั้น มีอยู่และอิหร่านนั้นเป็นศัตรูร่วมกันของทั้งสองประเทศนี้ ในขณเดียวกันสหรัฐอเมริกาเป็นผู้สนับสนุนร่วมของทั้งสองประเทศนี้      เอกสารนี้ยังได้เปิดเผยด้านต่างๆ ของข้อตกลงแลกเปลี่ยนของซาอุดีอาระเบียและไซออนิสต์ที่เรียกว่า "ข้อตกลงแห่งศตวรรษ" และแสดงให้เห็นว่า จาเร็ด คุชเนอร์ลูกเขยของประธานาธิบดีทรัมป์ในระหว่างการเยือนซาอุดิอาระเบียของเขาได้มีการบรรลุข้อตกลงกับซาอุดิอาระเบียในเรื่องนี้ และหลังจากนั้น มะห์มูด อับบาส ได้บินไปยังกรุงริยาด แต่เขาได้คัดค้านต่อข้อเสนอของคุชเนอร์ แม้ว่าข้อตกลงแห่งศตวรรษนี้จะถูกกระทำไปแล้วและเป็นระยะเวลาหนึ่งที่ริยาดบ่ายเบี่ยงที่จะประกาศเรื่องนี้ แต่ทรัมป์ได้ทำการเปิดเผยมันด้วยตนเอง ที่มา : อัลอาลัม แปล/เรียบเรียง : ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม


ที่มา : อัลอาลัม

แปล/เรียบเรียง : ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม